วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562

หุ่นสวย ด้วยวิธีปลอดภัย







หุ่นสวย ด้วยวิธีปลอดภัย


สาวๆ ที่กำลัง ลดน้ำหนัก แต่ออกกำลังกายไม่ค่อยเก่ง ขอบอกเลยว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวบนโลกที่เป็นแบบนี้นะคะ เพราะ คุณดาว เจ้าของเพจ Dao’s Healthy Diary ก็เป็นเหมือนกัน เธอเล่าให้ Women MThai ฟังว่า เธออยากมีสุขภาพรวมถึงหุ่นที่ดีขึ้น เธอจึงเริ่มหันมาออกกำลังกาย และควบคุมอาหารอย่างจริงจัง เธอจะจดทุกอย่างที่กินเป็นไดอารี่เสมอ แต่เห็นแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่มีวัน Cheat Day เลยนะคะ ลองมาดูกันว่าวิธีของเธอเป็นอย่างไร?
ลักษณะการกิน : ทานข้าววันละสามมื้อ เช้า กลางวัน เย็น ช่วงนี้ทำ IF ร่วมด้วย จำกัดการกินในช่วงเวลา 10.00-18.00 (อยากรู้เรื่อง IF เพิ่มลอง search เอานะ เดี๋ยววันหน้าดาวจะมาลงด้วย) แบ่งเวลาในสามมื้อเป็นช่วง 10.00|14.00|18.00 นอกเวลาไม่ได้กินอะไรนอกจากน้ำเปล่า กาแฟดำ โค้กซีโร่ และลูกอม 0 แคล
ลักษณะอาหาร : กินข้าววันละ 300 กรัม (เท่ากับสองถ้วยข้าวเซเว่น) แบ่งเป็นสามมื้อ กับข้าวไม่จำกัด เน้นไก่ ไข่ ปลา ไม่เอาของทอด ของมัน ส่วนสำคัญคือต้องได้โปรตีนที่ดีและเพียงพอเพื่อรักษากล้ามเนื้อ ไม่เน้นคลีนแบบเข้ม 100% จะเน้นไปที่อาหารต้องไขมันน้อยมากกว่า แล้วไปกินไขมันทดแทนจากแอลมอนด์แทน นอกเฟรมทุกวันดาวกินแอลมอนด์วันละ 25 เม็ด (หรือ 1 ถุงบลูไดมอนด์สีน้ำเงิน แอลมอนด์อบไม่ใส่เกลือ พลังงาน 150 แคล) เพื่อให้ได้รับไขมันดีแทน ขนมกับน้ำหวานกินอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง บางอาทิตย์ไม่กินเลย อย่าตกใจ ดาวกินแค่นี้จริงๆ

ปล.ความต้องการพลังงานของแต่ละคนไม่เท่ากันนะ เราไม่จำเป็นต้องกินเท่ากัน แค่เอามาให้ดูแนวทางค่ะ
Cheat Day : วันอาทิตย์ทั้งวัน หรือ 1-3 มื้อ/อาทิตย์แบบแยกวัน กินทุกอย่างที่มันอ้วนๆ 555
ออกกำลังกาย : ถ้ามีเวลาจะไปยิม คาร์ดิโอก่อน 35 นาที (ส่วนมากดาวเล่น stairmaster มันเป็นเครื่องเดินขึ้นบันได เหนื่อยมากก) แล้วเล่นเวทอีกซักชั่วโมง แบ่งส่วนเล่นเป็นวันๆ ไล่ไป แขน หลัง ท้อง ขา ใช้น้ำหนักไม่มาก เพราะแรงน้อยเหลือเกิน 55555 เสร็จแล้วปิดด้วยการทำ HIIT เดินเร็วสลับวิ่งอีก 30 นาที – 1 ชม. (ถ้าขี้เกียจก็เดินเร็วตลอด ปรับความชันขึ้นเอาหน่อย) ส่วนออกกำลังกายที่บ้าน ใช้เดินขึ้นลงบันไดบ้าน นับให้ได้ 11 รอบภายในยี่สิบนาที สควอทไม่ใช้น้ำหนัก 50 ขั้นต่ำ บอดี้เวทง่อยๆตามเรื่องตามราว เปิดคลิปเบเบ้ Bebe Fit Routine หรือ Kayla Itsines เล่นตาม แต่เอาจริงดาวออกกำลังไม่ค่อยเก่ง เลยเน้นเลยคุมอาหารหนักๆ มากกว่าฮะ (ดาวย้ำทุกคนเสมอว่าให้เน้นที่อาหาร อาหาร และอาหาร)


จบแล้ว อันนี้เป็นลักษณะการกินการออกกำลังกายของดาวเอง จริงๆไม่จำเป็นต้องเอามาเทียบกันนะ กินแบบไหนก็ไม่ผิด เพียงแต่ปรับไลฟ์สไตล์ให้ healthy ขึ้นและเป็นตัวเราเองจะดีที่สุด ของแบบนี้ต้องอาศัยความยั่งยืนและทำไปได้ตลอด จะทำแบบไหนก็ไปด้วยกันนะ ดาวจะพยายามอัพเพจให้บ่อยขึ้น ลงเมนูให้ดูแบบ real time เอาใจช่วยทุกคนๆ 



การพูดสุนทรพจน์



พูดสุนทรพจน์อย่างไร ให้น่าฟัง? 

การพูดสุนทรพจน์

สุนทรพจน์เป็นคำสมาส มาจากคำว่า   สุนทร + พจน์  แปลว่า ถ้อยคำที่มีความไพเราะและดีงาม ดังนั้นการพูดสุนทรพจน์จึงต้องเรียบเรียงถ้อยคำให้ไพเราะสละสลวย  ให้ข้อคิดและจรรโลงใจผู้ฟัง
การพูดสุนทรพจน์จัดเป็นการพูดอย่างเป็นทางการ  ผู้พูดจึงต้องเตรียมเนื้อเรื่องให้เหมาะสมกับโอกาสหรือสถานการณ์ที่       ได้รับเชิญ  ในบางโอกาสก็ใช้การอ่านจากต้นฉบับ  เพื่อให้ผู้ฟังได้รับสารที่จรรโลงใจและสัมผัสถ้อยคำภาษาที่มีความไพเราะ  สละสลวย
สุนทรพจน์ หมายถึง คำพูดที่ดีงาม ไพเราะจับใจ การพูดสุนทรพจน์มักมีในพิธีสำคัญ เช่น พิธีต้อนรับแขกเมืองคนสำคัญ พิธีได้รับตำแหน่งสำคัญ เช่น นายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดีหรือกล่าวในงานฉลองระลึกถึงบุคคลสำคัญ วันสำคัญ ระดับชาติ หรือเป็นการกล่าวในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อสร้างสรรค์จรรโลงใจ เป็นคำพูดที่แสดงความปรารถนาดีในทางการเมือง การกล่าวสุนทรพจน์เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง มักได้รับการยกย่องว่าเป็นการพูดชั้นยอด
ลักษณะการพูดสุนทรพจน์
ใช้ถ้อยคำไพเราะลึกซึ้งกินใจ จับใจ
โน้มน้าวให้ผู้ฟังเห็นคล้อยตาม
กระตุ้นผู้ฟัง มีความมั่นใจและยินดีร่วมมือ
สร้างบรรยากาศให้เกิดความหรรษาและให้ความสุขแก่ผู้ฟัง
โครงสร้างทั่วไปของการพูดสุนทรพจน์
๑.   ตอนเปิดเรื่อง กระตุ้นให้ผู้ฟังเห็นความสำคัญของเรื่องที่จะพูด
๒.  ดำเนินเรื่อง ประกอบด้วยเนื้อหาสาระลำดับความสำคัญอย่างชัดเจน
๓.  ตอนจบเรื่อง สรุปความทิ้งท้ายให้ผู้ฟังนำไปคิด หรือฝากไว้ในความทรงจำตลอดไป
โครงสร้างและขั้นตอนของสุนทรพจน์
คำนำ หรือการเริ่มต้น (Introduction)
เนื้อเรื่อง หรือสาระสำคัญของเรื่อง (Discussion)
สรุปจบ หรือการลงท้าย (Conclusion)
“ขึ้นต้นให้ตื่นเต้น ตอนกลางให้กลมกลืน และตอนจบให้จับใจ ”
แบ่งโครงสร้างของสุนทรพจน์เป็นสัดส่วน ได้ดังนี้
คำนำ         ๕ – ๑๐ %
เนื้อเรื่อง     ๘๐ – ๙๐ %
สรุปจบ     ๕ – ๑๐ %
หลักในการขึ้นต้น
ขึ้นต้นแบบพาดหัวข่าว (Headline)
ขึ้นต้นด้วยคำถาม (Asking Question)
ขึ้นต้นด้วยการทำให้ผู้ฟังสงสัย (Interest Arousing)
ขึ้นต้นด้วยการอ้างบทกวี หรือวาทะของผู้มีชื่อเสียง (Quousing)
ขึ้นต้นให้สนุกสนาน (Entertainment)
ข้อพึงหลีกเลี่ยงในการขึ้นต้น
อย่าออกตัว
อย่าขออภัย
อย่าถ่อมตน
อย่าอ้อมค้อม
ข้อพึงหลีกเลี่ยงในการสรุปจบ
ขอจบ ขอยุติ
ไม่มากก็น้อย
ขออภัย ขอโทษขอบคุณ
หลักในการสรุปจบ
ความหมายชัดเจน ไม่เลื่อนลอย
สัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง และหัวข้อเรื่อง
กะทัดรัดไม่เยิ่นเย้อ พุ่งขึ้นสู่จุดสุดยอดของสุนทรพจน์
วิธีการสรุปจบที่ดีและได้ผล
จบแบบสรุปความ
จบแบบฝากให้ไปคิด
จบแบบเปิดเผยตอนสำคัญ
จบแบบชักชวนและเรียกร้อง
จบด้วยคำคม คำพังเพย สุภาษิต

อ้างอิง
https://www.youtube.com/watch?v=RsfLTVuHBTA
https://ruangrat.wordpress.com/%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87-%E0%B8%94%E0%B8%B9-%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%94/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%94/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C/

คำเป็น คำตาย ภาษาไทยน่ารู้









คำเป็น คำตาย ภาษาไทยน่ารู้

คำเป็น  คำตาย  เป็นการจำแนกคำตามลักษณะที่ใช้ระยะเวลาออกเสียงต่างกัน  ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะทำให้คำที่มีเสียงพยัญชนะต้นเป็นรูปเดียวกัน  มีเสียงวรรณยุกต์ต่างกัน  ตัวอย่างเช่น  คา  เป็นอักษรต่ำ  คำเป็น  พื้นเสียง*  เป็นเสียงสามัญ

ส่วน  คะ  เป็นอักษรต่ำคำตาย  เสียงสั้น  พื้นเสียงเป็นเสียงตรี

                คำเป็น  ได้แก่  คำที่มีลักษณะ  ดังต่อไปนี้

๑.   คำที่พยัญชนะประสมกับสระเสียงยาวในแม่  ก  กา  เช่น  มา  ดู  ปู  เวลา  ปี  ฯลฯ

๒.  คำที่พยัญชนะประสมกับสระ  –ำ    ใ -  ไ -  เ – า  เช่น  จำ  น้ำ  ใช่  เผ่า  เสา  ไป  ฯลฯ


๓.  คำที่มีตัวสะกดอยู่ในแม่  กง  กน  กม  เกย  เกอว  เช่น  จริง  กิน  กรรม  สาว  ฉุย  ฯลฯ

                คำตาย  ได้แก่  คำที่มีลักษณะ  ดังต่อไปนี้

๑.   คำที่พยัญชนะประสมกับสระเสียงสั้นในแม่  ก  กา  เช่น  กะทิ  เพราะ  ดุ  แคะ  ฯลฯ

๒.  คำที่มีตัวสะกดในแม่  กก  กบ  กด  เช่น  บทบาท  ลาภ  เมฆ  เลข  ธูป  ฯลฯ

 สรุป

                วิธีพิจารณา

                                ๑)    ให้สังเกตที่ตัวสะกดเป็นหลัก  ถ้าคำที่ต้องการพิจารณามีตัวสะกดให้ดูที่ตัวสะกดไม่ต้องคำนึงถึงสระเสียงสั้นยาว  ดูว่าคำนั้นมีตัวสะกดหรือไม่  ถ้ามีให้ขีดเส้นใต้ตัวสะกด

                                ๒)  ดูว่าตัวสะกดนั้นเป็น  กบด  หรือไม่  ( แม่  กก  กบ  กด )  ถ้าใช่  คำนั้นจะเป็นคำตาย  ถ้าไม่ใช่  กบด คำนั้นจะเป็นคำเป็น

                                ๓)  ในกรณีที่ไม่มีตัวสะกด  ให้ดูว่าคำนั้นประสมด้วยสระเสียงสั้น  หรือเสียงยาว  ถ้าอายุสั้น

( เสียงสั้น )  ต้องตาย  ถ้าอายุยาว  ( เสียงยาว )  จึงเป็น

กลวิธีในการจำคำเป็น  คำตาย

คำตาย

คำเป็น

-  พวกที่เป็น  กบด  ต้องตายก่อน  (สะกดด้วยแม่  กก  กบ  กด)

-  อายุสั้นต้องตายตาม  (ประสมด้วยสระเสียงสั้น)

-  สะกดด้วยแม่  กง  กน  กม  เกย  เกอว

-  อายุยาวเป็น  (ประสมด้วยสระเสียงยาว)



                ให้จำในส่วนของคำตายให้ได้เพราะจำง่าย  คือ  กบด  ต้องตายก่อน  และอายุสั้นต้องตายตาม  กล่าวคือ  สะกดด้วยแม่

กก  กบ  กด  (กรณีมีตัวสะกด)  และประสมด้วยสระเสียงสั้น  (กรณีไม่มีตัวสะกด)  เป็นคำตาย  นอกเหนือจากนี้เป็นคำเป็นทั้งหมด

                ***  ดังนั้นสรุปได้ว่า  คำที่ประสมด้วยสระ  –ำ    ใ -  ไ -  เ – า  เป็นคำเป็น  เพราะนับว่ามีตัวสะกด ในมาตรา แม่กม  แม่เกย และ แม่เกอว ตามลำดับ

* พื้นเสียง  หมายถึง  เสียงที่ปรากฏประจำคำที่ไม่มีรูปวรรณยุกต์  หากมีเสียงวรรณยุกต์ใด  ก็ถือว่าคำนั้นมีพื้นเสียงนั้น  เช่น  คา  ไม่มีรูป


วรรณยุกต์กำกับ  แต่มีเสียงวรรณยุกต์สามัญ  จึงนับว่า  คา  ซึ่งเป็นอักษรต่ำคำเป็น  มีพื้นเสียงเป็นเสียงสามัญ


อ้างอิง
https://www.youtube.com/watch?v=HeDvxJIfuuU
https://www.gotoknow.org/posts/482031


ฉันหลงรักการถ่ายภาพ








หลง มา ถ่าย 

สวัสดีค่ะ Kanny เจ้าของ Blogger เองค่าาาา เพื่อนๆหลายๆคนคงเห็นว่า หลายๆบทความที่เขียนขึ้นมา
ในบล็อกนี้ มักจะมีอ้างอิงอยู่เสมอใช่ไหมคะ แต่ บทความนี้จะไม่มีอ้างอิงแล้วน้าาาา เพราะว่า
Kanny เป็นคนเขียนบทความนี้ขึ้นมาเองค่ะ 5555
เข้าเรื่องเลยแล้วกัน บางคนชื่นชอบการถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็น คนหลังเลนส์ หรือ แบบหน้ากล้อง บางคนอาจจะชอบเป็นคนหลังเลนส์ แต่ไม่ชอบ เป็นแบบหน้ากล้อง บางคนชอบเป็นแบบหน้ากล้อง แต่ไม่ชอบเป็นคนหลังเลนส์ บางคนไม่ชอบทั้งสองอย่าง และ บางคนก็เป็นได้ทั้งสองอย่าง ...เช่นเดียวกับ Kanny เองค่ะ Kanny ชอบทั้งสองอย่าง แต่เนื่องด้วย เราเป็นคนที่สวยไม่ถึง จึงเป็นแบบให้ใครถ่ายให้ยาก พูดง่ายๆก็คือ ไม่ค่อยมีใครมาถ่ายให้ ก็คนไม่สวยอะเนอะ เราเลยเก็บเงินซื้อกล้องเองซะเลย กล้องที่ซื้อมาก็เป็นกล้องของมือสมัครเล่นค่ะ Mirrorless กับเลนส์ติดกล้องนี่แหละค่าาา ไม่ใช่กล้องโปร หรือ DSLR อะไรทั้งนั้น แต่ก็ลืมคิดไปนะคะ ว่าซื้อมาแล้วใครจะเป็นคนมาถ่ายให้ฟะ สุดท้ายก็ไม่มีใครถ่ายให้อยู่ดี เห้ออออ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นคนหลังกล้องค่ะ ก็หัดถ่ายไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่เก่งหรอกค่ะ พักหลังๆก็เลยไม่ค่อยได้คิดเรื่องอยากเป็นคนหน้ากล้องแล้ว แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกพามาเจอพี่ชายใจดี ที่ชอบถ่ายรูปเหมือนกัน แต่มันดีตรงที่พี่เขา ยินดีให้เราเป็นแบบหน้ากล้องค่าาาา ว้ายยย ใครจะไปรู้ ว่าเด็กหุ่นหมู ตัวเตี้ยล่ำ จะมีคนมาถ่ายรูปให้บ่อยๆ งิงิ พีเขาใจดี พาไปถ่ายรูปในหลายๆที่เลยค่ะ ทะเล ภูเขา สวนสาธารณะ เยาวราช และที่อื่นๆมากมายยย แล้วนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการเป็นทั้งคนหลังเลนส์และแบบหน้ากล้องของเด็กหุ่นหมูที่มีใจรักในการถ่ายภาพคนนี้
แล้วพบกันใหม่นะคะ สวัสดีค่าาาาาาา
(ถึงจะถ่ายไม่สวยก็เถอะ) ฝีมือไม่ให้แต่ใจรักฮ่าๆๆ แล้วเพื่อนๆล่ะคะชอบถ่ายรูปกันหรือเปล่า ถ้าชอบ ชอบเป็นคนหลังเลนส์ หรือ แบบหน้ากล้องหรือว่าชอบทั้งสองอย่างเหมือนที่ Kanny ชอบ ถ้าชอบถ่ายภาพเหมือนกันอย่าลืมมาแชร์ภาพสวยๆแบ่งปันกันดูนะคะ และKanny ก็ขอแนบภาพที่ถ่ายเองจบหลังกล้องมาให้ติชมด้วยค่ะ












หุ่นสวย ด้วยวิธีปลอดภัย

หุ่นสวย ด้วยวิธีปลอดภัย สาวๆ ที่กำลัง ลดน้ำหนัก แต่ออกกำลังกายไม่ค่อยเก่ง ขอบอกเลยว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวบนโลกที่เป็นแบ...